สัมผัสความงามของเส้นทางเมืองน่าน เมืองแห่งเสียงกระซิบรักที่แสนโรแมนติก

สัมผัสความงามของเส้นทางเมืองน่าน เมืองแห่งเสียงกระซิบรักที่แสนโรแมนติก

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าทุกคนคงได้เห็นคอลเลคชั่นภาพอันสวยงามของจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ เมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่แสนจะมีเสน่ห์ดึงดูดใจให้แขกต่างถิ่นต้องหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ ใช่แล้ว คุณทายไม่ผิด วันนี้เราจะพาไปเที่ยวชมความงามของเส้นทางไปเยือนนครแห่งเสียงกระซิบรัก “น่าน” มนต์เสน่ห์ที่ลดเลี้ยวเคี้ยวคด ที่ขอแนะนำว่าก่อนออกเดินทางอย่าลืมตรวจสภาพยานพาหนะคู่ใจเสียให้พร้อม ประกันรถยนต์ต้องมีคุ้มครองอย่าให้ขาด เพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจ สร้างทริปสนุกที่ไม่สะดุด ถ้าพร้อมแล้วสตาร์ทรถออกเดินทางกันได้เลย

กรุงเทพฯ – น่าน ความสวยงามสองข้างทาง ที่ทำให้ลืมความเหนื่อยล้าเป็นปลิดทิ้ง

จริงอยู่ที่การขับรถข้ามภาคนั้น สำหรับบางคนไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกเอาเสียเลย ความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นจากการขับขี่เป็นระยะเวลานาน จะลดทอนความสนุกในการออกทริปลงไปได้มากกว่าครึ่ง เส้นทางเดินทางมาน่านก็เช่นกัน ทางหลวงหมายเลข 32 จนถึงนครสวรรค์ ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 117 มายังพิษณุโลก มุ่งหน้าไปทางอุตรดิตถ์ และขับต่อไปยังอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 101 เพื่อลัดเลาะขึ้นเหนือผ่านจังหวัดแพร่ และถึงยังจุดหมายปลายทาง “น่านนคร” รวมระยะทาง 676 กิโลเมตร ใช้เวลากว่า 8 – 9 ชั่วโมงเลยทีเดียว

แต่เมื่อคุณเริ่มเข้าสู่จังหวัดอุตรดิตถ์ วิวทิวทัศน์สองข้างทาง เริ่มเปลี่ยนไปตามภูมิประเทศเขตแดนภาคเหนือ ภูเขาและป่าไม้น้อยใหญ่มีให้เห็นสลับไปมาเป็นทิวแถว และเมื่อเริ่มเข้าสู่จังหวัดน่าน เส้นทางขนาดเล็ก ถนนเลนเดียวที่มีขนาดแค่พอรถสวน ทำให้การขับขี่ต้องเพิ่มความระมัดระวังและลดความเร็วลง แต่นั่นก็เป็นข้อดี เพราะจะทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับภาพวิวสีเขียวขจีสองฝั่งฝาก ลองลดกระจกลงเล็กน้อย คุณจะได้สูดอากาศเย็นที่ผ่านแมกไม้ และได้กอบโกยนำความสดชื่นส่งต่อมาปะทะร่างกาย น่าแปลกที่เมื่อได้สัมผัสกลิ่นไอธรรมชาติเหล่านี้ ความเหนื่อยล้าที่มีมาตลอดทาง กลับมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง

เที่ยวน่าน – ปัว – บ่อเกลือ กับเส้นทางอัศจรรย์ “ถนนลอยฟ้า” ที่สร้างความประทับใจ

เมื่อลัดเลาะเขามาจนถึงนครแห่งเสียงกระซิบรักที่แสนโรแมนติกแล้ว การจะไม่แวะไปชมที่มาของตำนานรักบันลือโลกนี้ ดูเหมือนจะน่าเสียดายไปเสียหน่อย เหมือนมาไม่ถึงเมืองน่านเลยก็ว่าได้ เราจึงมาเริ่มกับสถานที่แรกของทริปน่านนครกันเลยกับ “วัดภูมินทร์”

วัดภูมินทร์

วัดเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี ที่ภายในโบสถ์ มีฮูปแต้ม (ภาษาถิ่น) หรือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีมาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ภาพปู่ม่านย่าม่าน ชาวไทลื้อในสมัยโบราณที่กำลังกระซิบบอกรักกันดูแล้วพาให้ยิ้มกับภาพน่ารักที่สุดแสนโรแมนติก นอกจากจิตรกรรมฝาผนังอันโด่งดังนี้แล้ว ภายในวัดยังจะได้เห็นสถาปัตยกรรมล้านนาที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ จนคุณเองยังหลงรักเลยทีเดียว

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

เที่ยววัดกันเสร็จแล้ว แวะชมจุดไฮไลท์อีกแห่งที่ไม่ได้ห่างจากวัดภูมินทร์มากนัก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เรื่องราวและของสำคัญต่าง ๆ ของนครแห่งนี้ ที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งเดิมเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครน่าน นอกเหนือไปจากความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่จะได้รับแล้ว บริเวณด้านหน้ายังมีซุ้มต้นลีลาวดีที่โค้งเข้าหากันภายใต้ทางเดินเท้าเล็ก ๆ ไม่ว่าจะมาตอนช่วงดอกลีลาวดีบานเต็มต้น หรือมาในช่วงที่เหลือแต่กิ่งก้านไร้ดอกไร้ใบ ก็สามารถมอบภาพที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่แตกต่าง ให้คุณได้เป็นที่ระลึกกลับบ้านได้สวยงามไม่แพ้กัน

ออกจากนครมุ่งสู่ปัว เมืองเล็กที่วิวไม่เล็กสีเขียวอ่อนเข้มไล่เรียงสลับกัน

ถึงเวลากลับมาผจญภัยบนท้องถนนอีกครั้ง แต่ไม่ต้องกังวลเพราะคุณได้เตรียมตัวมาอย่างดีพร้อมแล้ว ทั้งสภาพรถที่พร้อมฝ่าดงพงไพรในทุกเส้นทาง และประกัน รถยนต์ที่พร้อมช่วยดูแลคุณหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ฉะนั้นจะกังวลอยู่ใย ทะยานออกสู่ทางหลวงหมายเลข 1080 มุ่งหน้าสู่อำเภอปัวในระยะทางเพียง 60 กิโลเมตร สองข้างทางที่ทัศนียภาพเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง ป่าสีเขียวครึ้มที่เนืองแน่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ที่หลบซ่อนอยู่ในภูเขาที่ทอดยาวสลับกันเป็นทิวแถวจากลูกหนึ่งสู่อีกลูกหนึ่ง และหากคุณไปเยือนปัวในช่วงฤดูทำนา เบื้องล่างคุณจะได้ชื่นชมสีเขียวอ่อนของทุ่งนาที่เขียวขจีสลับกับภาพพื้นหลังของภูเขาสีเขียวเข้ม เป็นภาพที่ทำให้คุณต้องย้ายเท้ามาเหยียบเบรกจอดรถไหล่ทาง และลงไปชักภาพถ่ายรูปเก็บความสวยงามตรงหน้าใส่ความทรงจำด้วยการมองผ่านเลนส์

สถานที่แนะนำให้ต้องจอดเช็คอินของปัวนั้นมีมากมาย แต่ไฮไลท์ที่ขอแนะนำว่าต้องไปให้ได้ ก็คือ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อและลำดวนผ้าทอ ร้านกาแฟท่ามกลางทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตาที่ถ่ายทอดความเป็นไทลื้อผ่านการตกต่างร้านออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ภาพวิวเบื้องหลังที่มองเห็นดอยภูคา อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คนรักธรรมชาติยกให้เป็นแลนด์มาร์กในดวงใจ ภายในร้านยังมีของที่ระลึกแฮนด์เมดแบบไทลื้อสไตล์ให้เลือกมากมาย แถมจำหน่ายในราคาย่อมเยาอีกด้วย

ถนนลอยฟ้า ส่งคุณจากปัวสู่บ่อเกลือ เส้นทางมหัศจรรย์ที่เสกชั่วโมงต้องมนต์ตลอดทาง

มาถึงเส้นทางไฮไลท์ของทริปน่าน กับถนนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นถนนในหุบเขาที่สวยที่สุดในประเทศไทย “ถนนลอยฟ้า” ที่ตั้งอยู่บนทางหลวง 1256 เส้นทางที่จะนำพาคุณเคลื่อนผ่านและดื่มด่ำความสวยงามจากธรรมชาติทั้งสองข้างทาง เสมือนคุณลอยชมวิวอยู่บนฟ้า เส้นทางจากปัวสู่บ่อเกลือ อีกหนึ่งอำเภอของน่านที่เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจรอคุณอยู่

บ่อเกลือสินเธาว์

บ่อเกลือของที่นี่ถือเป็นบ่อเกลือสินเธาว์ภูเขาที่เดียวของไทย โดยเกลือที่ได้ชาวบ้านจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งความพิเศษของเกลือของอำเภอบ่อเกลือนั้นอยู่ที่วิธีการทำที่ยังใช้แบบโบราณดั้งเดิมกันอยู่ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเกลือของที่นี่สามารถนำไปบริโภคได้อย่างปลอดภัยไร้สารพิษตกค้างอย่างแน่นอน

อุทยานแห่งชาติขุนน่าน

นอกจากบ่อเกลือแล้วที่นี่ยังมีอุทยานแห่งชาติขุนน่าน ที่เป็นต้นน้ำของลำน้ำหลากหลายสาย ภายในอุทยานจึงอุดมไปด้วยน้ำตกมากมาย เหมาะสำหรับการทำกิจกรรม Camping สูดอากาศ ดื่มด่ำธรรมชาติ สำหรับใครที่ไม่ชอบความวุ่นวายและต้องการเสพธรรมชาติที่แท้จริง แนะนำให้มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง

นี่เป็นเพียงไฮไลท์บางส่วนเท่านั้นที่เราคัดนำมาฝากกันในวันนี้ น่านยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจรอต้อนรับคุณอีกมากมาย และหากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ชอบการออกเดินทางแบบ Road Trip การมีประกันรถยนต์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่สามารถมอบความคุ้มครองได้อย่างครอบคลุม จะช่วยให้คุณมีความมั่นใจในการขับขี่ ออกเดินทางได้อย่างสบายใจในทุก ๆ ทริป